ธุรกิจเครือข่าย

คำๆ นี้ เริ่มจะได้ยินกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเกือบจะคุ้นหู สำหรับคนทั่วไปในยุคนี้แล้ว จะว่ากันไปจริงๆ แล้วการทำธุรกิจ หรือค้าขาย มีอะไรบ้างที่ไม่มาเกี่ยวข้องกับ “เครือข่าย” ผู้ผลิตสินค้าก็ต้องการขายสินค้า ขายเองทั้งหมดก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่หากว่าขายผ่านตัวแทนจำหน่ายโอกาสย่อมเป็นไปได้มากกว่า และแน่นอนละว่าผู้ผลิตแต่ละที่ย่อมต้องการตัวแทนในการกระจายสินค้ามากกว่า 1 ราย หรือถ้ามีน้อยราย แต่ละรายย่อมต้องมีศักยภาพมากในการกระจายสินค้าไปจำหน่าย แค่ในจุดเริ่มต้นก็เกี่ยวข้องกับระบบการสร้างเครือข่ายตัวแทนการจำหน่ายสินค้าแล้ว

network-marketing-2

ตัวแทนจำหน่ายเอาไปขายเองในหลายๆ ที่ย่อมเป็นไปได้ยากเช่นกัน แต่ถ้าหากมีร้านค้าที่จะนำสินค้าไปลงเพื่อจำหน่ายมากๆ สิ่งนี้ย่อมเป็นไปได้ง่ายกว่า ตัวแทนแต่ละรายย่อมต้องสร้างเครือข่ายร้านค้าเข้ามามากๆ เพื่อเป็นจุดในการกระจายสินค้า ก็ยังหรือระบบเครือข่ายไม่พ้น

ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้า ย่อมต้องการลูกค้ามากๆ ซึ่งเป็นการดีกว่าที่จะมีลูกค้าน้อยราย นั่นหมายถึงการที่ร้านค้านั่นจะอยู่รอดหรือไม่รอดเลย ร้านค้าย่อมต้องสร้างแรงดึงดูดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด เพื่อให้เกิดโอกาสในการซื้อสินค้า เพราะจุดหมายปลายทางนั่นก็คือผลกำไรที่จะทำให้ร้านค้าอยู่ได้

แค่ 3 ระดับที่กล่าวมาเท่านั้น ยังไม่รวมการแต่ย่อยทางธุรกิจในแต่ละขั้นของกระบวนการนี้เลย ทุกระดับเกี่ยวกันกับการสร้างเครือข่ายทั้งนั้น “ลูกค้า” หรือ “ผู้บริโภค” คนสุดท้ายที่ใช้สินค้าหรือบริการนั้น เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องในทางตรงก็ตาม

ที่พูดมาทั้งหมดกลับเป็นหน่วยย่อยของ “ธุรกิจเครือข่าย” แม้แต่ระบบ “ขายตรง” หรือ “MLM” ก็เป็นหน่วยย่อยของธุรกิจเช่นกัน

แต่ทำไมคนที่ทำธุรกิจขายตรง กลับชอบใช้คำว่าทำธุรกิจเครือข่าย อาจจะเป็นเพราะฟังแล้วดูดีกว่า เท่ห์กว่า หรือจะอะไรก็ตาม แต่สำหรับในความคิดผม ในอดีตที่ผ่านมาคนทำธุรกิจในรูปแบบนี้เอาคำว่า “ขายตรง” ไปทำเสียภาพพจน์กันมาเยอะก็เป็นได้ เลยต้องอาศัยหรือประดิษฐ์คำใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนผมที่ทำธุรกิจขายตรงที่สมาชิกเคลมว่าเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย เลี่ยงไปใช้คำว่า “เอ้าซอส มาร์เก็ตติ้ง” ฟังดูดีมากเลย จุ๊ๆ แต่พอถามถึงความหมายกลับบอกว่าถ้าอยากรู้จะพาไปประชุม ((อ้าว))

ในโลกธุรกิจหรือการค้าปัจจุบัน ต้องใช้คำว่าทุกบริษัทสร้างเครือข่ายมารองรับธุรกิจกันทั้งนั้น ห้างดอกบัวสีเขียว ก็มีมากมายหลายสาขา แข่งกับห้างตัวซีใหญ่ ที่มีสาขาไม่น้อยเลย ร้านสะดวกซื้อเลขเจ็ดสิบเอ็ด ยิ่งน่าจับตามองเป็นเครือข่ายแฟรนไชส์ที่มีร้านสาขาในเครือมากที่สุดในประเทศ มิหนำซ้ำบริษัทแม่ยังผลิตสินค้าและบริการ มากมายหลายประเภท เกือบตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบจม

“ใครหนี ธุรกิจเครือข่าย ที่เป็นหน่วยใหญ่สุดพ้นบ้าง”

มองกลับมาที่รูปแบบธุรกิจหนึ่งที่วาดฝัน สร้างความหวัง เสียจนเลิศเลอ จนบางครั้งคนที่กำลังอยู่ในวงการธุรกิจนี้มองว่าธุรกิจอื่นด้อยกว่าไปเลย (อันนี้มุมมองจากพวกหลงประเด็นจากความเป็นจริง) ธุรกิจ “ขายตรง” หรือในบางคนเรียก “MLM” โครงสร้างธุรกิจน้องใหม่เริ่มต้นเป็นที่รู้จักเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน จากดินแดนลุงแซม บุกเบิกและขยายรูปแบบไปทั่วโลกก็ว่าได้ จนในปัจจุบันมีมากมายหลายบริษัทนับไม่ถ้วน

ในปัจจุบันแทบทุกบริษัทมักให้นักธุรกิจของตัวเองเรียกว่า “ธุรกิจเครือข่าย” รูปแบบการค้าขายสินค้าและบริการที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ “คนต่อคน” เป็นหลัก แน่นอนละว่าคนก็นี่แหละเป็นคนถือเงิน และเป็นคนจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ จากจุดนี้เองธุรกิจนี้จึงให้ความสำคัญที่คนเป็นอันดับ 1 มีการถ่ายทอด ลักษณะการทำธุรกิจแบบรุ่นต่อรุ่นไปเรื่อยๆ โดยอาศัยแกนโครงสร้างหลักการของธุรกิจ เพื่อไม่ให้ผิดเพี้ยนจากแนวทางดั้งเดิมที่ได้วางไว้

แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่ไม่มีคำว่า “หยุดนิ่ง” มีแต่การพัฒนา การปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น หรือต้องเรียกว่าให้เจ๋งเข้าไว้ เพื่อจะได้โดนใจและเข้าถึงผู้ใช้ปลายทางน่าจะถูกที่สุด ทำให้บางบริษัท หรือบางองค์กรสมาชิก ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะความเป็นจริงในสังคมปัจจุบันที่สุด แต่ก็มีบริษัทใหญ่ๆ ของโลก ที่เคลมว่าเป็น 1 ใน 3 ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครือข่าย ไม่ชอบให้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพราะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงของบริษัท (แต่สมาชิกไปไม่ค่อยรอด ค่อยมาว่ากันอีกที)

แต่ข้อเสียของ สมาชิกขององค์กรในบริษัทขายตรงบางแห่งเล่นแร่แปรธาตุเสียจนเพี้ยนไปก็มีไม่น้อย ตามที่ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยิ่งร้ายไปกว่านั้นเอาธุรกิจเครือข่ายขายตรง ดัดแปลงไปเป็นมันนี่เกมเสียด้วย ทำให้เกิดภาพที่หลอกหลอนกับคนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่น้อย

จึงเป็นไปได้ว่าธุรกิจเครือข่ายนี้ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่ผู้เข้ามาเล่นในวงการนี้ควรจะศึกษาอย่างรู้จริง และดำเนินธุรกิจในโซนสีขาว ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับพวกธุรกิจสีเทา หรือ ดำมืด ซึ่งเป็นหลุมดำที่ร้ายกาจที่มีแรงดึงดูดมหาศาล โดยเฉพาะมือใหม่ที่ใจไม่นิ่งพอ

สำหรับผมไม่ต้องไปหาความหมายอะไรมันมากมายกับคำว่า ธุรกิจเครือข่าย แค่เราทำให้เป็นธุรกิจน้ำดีที่สามารถฝากชีวิตไว้ เพื่อให้เกิดอิสรภาพทางการเงิน และเวลา ที่สำคัญต้องเป็นธุรกิจที่ส่งมอบต่อให้กับคนที่เรารักได้ ถือว่านี่คือหัวใจของธุรกิจนี้แล้ว ไม่ต้องหวังให้ร่ำรวยแบบที่เขาสร้างภาพใหญ่ให้ดูในตอนแรกหรอก พวกนั้นเขาพูดกันไม่หมดจริงๆ คอนเฟิร์ม

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>